‘ศรีวราห์’ยื่นเห็นแย้งให้อสส. ฟ้อง’เปรมชัย’เพิ่ม3ข้อหา

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” รองผบ.ตร. ส่งความเห็นแย้งให้อัยการสูงสุด พิจารณาสั่งฟ้อง “เปรมชัย” เพิ่ม 3 ข้อหา ยันเคารพความเห็นอัยการ ไม่มีปัญหาอะไรเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอน เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร รอง ผบช.ภ.7 พร้อมคณะพนักงานสอบสวนเข้ายื่นสำนวนการสอบสวนและความเห็นแย้งให้อัยการสูงสุด

พิจารณาสั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต เพิ่มเติม 3 ข้อหาคือ 1.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันมีเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ป่า และ 3.ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานอัยการภาค 7 มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายเปรมชัยรวม 6 ข้อหาและสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัย 5 ข้อหา โดยข้อหาที่พนักงานสอบสวนไม่มีความเห็นแย้งคือ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในครอบครองและร่วมกันกระทำการทารุณสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร โดยมีนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกอัยการสูงสุด และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด เป็นผู้รับสำนวนความเห็นแย้งดังกล่าว นายธรัมพ์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้นำความเห็นแย้งมาให้พนักงานอัยการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยข้อหาที่สั่งฟ้องไปแล้ว 6 ข้อหาเป็นอันยุติ ส่วนข้อหาที่อัยการสั่งไม่ฟ้องแล้วพนักงานสอบสวนมีความเห็นแย้งจะต้องนำเสนอท่านอัยการสูงสุดชี้ขาด คาดว่าจะพิจารณาเสร็จทันฝากขังครั้งสุดท้ายในช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 

เมื่อถามว่า การสั่งไม่ฟ้อง 5 ข้อหา ของพนักงานอัยการก่อนหน้านี้จะทำให้รูปคดีเสียไปหรือไม่ นายธรัมพ์ กล่าวว่า ในความเห็นตนคิดว่าไม่น่ากระทบอะไร ที่สั่งฟ้องสามารถดำเนินคดีได้ แต่ทั้งนี้ต้องรอให้อัยการสูงสุดพิจารณาขั้นสุดท้ายอีกครั้ง โดยสำนวนที่จะพิจารณานั้นก็เป็นพยานหลักฐานในสำนวนเดิมที่พนักงานสอบสวนส่งมาให้อัยการ ทั้งนี้ เหตุที่ไม่มีการสั่งให้สอบสวนเพิ่มในข้อหาที่สั่งไม่ฟ้องนั้นเข้าใจว่าอัยการภาค 7 เห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอหรือ ข้อหาที่ตั้งมานั้นอาจจะไม่เป็นความผิด ส่วนเรื่องคดีความแพ่งก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อกัน

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า วันนี้มานำความเห็นแย้งส่งให้อัยการในข้อหาเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่รับอนุญาต ต้องมีกฎกระทรวงมีคำสั่ง กรมอุทยาน มีกฎระเบียบในการเข้าไป เพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณาอีกครั้ง ส่วนข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ จะลักหลั่นกับข้อหาพยายามล่าสัตว์ป่าหรือไม่ต้องให้อัยการพิจารณา หากอัยการสูงสุดมีความเห็นเช่นไรตนก็จะมารับทราบคำสั่งต่อไป โดยเคารพในคำสั่งของอัยการสูงสุด และยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไรเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนการทำกฎหมายตามปกติ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *